วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่น เดิมชื่อโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยขอนแก่น อยู่ในสังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และได้รับพระราชทานนามวิทยาลัยฯ ใหม่จากสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนีเป็น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่น เมื่อปี พ.ศ. 2537 ในปี2539 สถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขได้รับพระราชทานนามใหม่เป็น สถาบันพระบรมราชชนก ดังนั้นในปัจจุบันวิทยาลัยฯจึงสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุขว วิทยาลัยฯได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2505 หลักสูตรที่เป็ดทำการสอนในขณะนั้นคือ หลักสูตรผดุงครรภ์อนามัย หลักสูตรการสาธารณสุขชุมชน ์ระดับต้นและหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ระดับต้นมีผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยฯทั้งหมด 3,810 คน
ปีการศึกษา 2540 วิทยาลัยฯ ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย ให้ทำการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ รับนักศึกษารุ่นแรก จำนวน 53และจบการศึกษาในปี 2544 ซึ่งถือว่าเป็นบัณฑิตรุ่นแรกของวิทยาลัย
ในปี พ.ศ.2541 วิทยาลัยฯได้ย้ายที่ทำการใหม่มาที่ 354 ถ.เลี่ยงเมือง ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในเนื้อที่ 46 ไร่ และในปี พ.ศ.2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเป็นองประธานในพิธีเปิดวิทยาลัยฯอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2542
ปีการศึกษา 2543 วิทยาลัยฯ ได้เปิดหลักสูตร พยาบาลศาสตร์ ต่อเนื่อง 2ปีมีนักศึกษารุ่นแรกจำนวน50 คน
ในปีการศึกษา 2544 วิทยาลัยฯ ได้เข้าเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัย ขอนแก่น และได้เปลี่ยนชื่อหลักกสูตรเป็น พยาบาลศาสตรบัณฑิต และพยาบาลศาสตรบัณฑิตต่อเนื่อง
ปัจจุบันวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น เป็นสถาบันการศึกษาที่มีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะผลิตบัณทิตพยาบาลที่พึงประสงค์ของสังคม และเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาสาธารณสุขของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนตลอดไป
1.ผลิตพยาบาลวิชาชีพ ให้มีคุณสมบัติ และสมรรถณะด้านวิชาชีพพยาบาลพยาบาล ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข
2.พัฒนาบุคลากรทั้งก่อนประจำการและหลังประจำการ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพ ความสามารถให้รู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
3.ศึกษา ค้นคว้าวิจัย เพื่อแสวงหาความรู้ รูปแบบ วิธีการ และองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาวิชาชีพให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านการศึกษาพยาบาล ปฏิบัติการพยาบาลและการบริหารการพยาบาล
4.ให้บริการแก่ชุมชน และสังคมด้านวิชาการ การเผยแพร่ความรู้ เป็นที่ปรึกษา และบริการสาธารณสุขสาธิต
5.กระตุ้น สนับสนุน สร้างคุณค่า และเป็นแบบอย่างในการสืบสานศิลปะ วัฒนธรรม ไทย
6.เป็นผู้นำ เป็นแบบอย่าใงในการประพฤติปฏิบัติตามครรลองของสังคมไทย เพื่อเทิดทูน ชาติ ศาสสนา พระมหากษัตริย์ ในระบอบประชาธิปไตย
มุ่งผลิต
คิดพัฒนา
ค้นคว้าวิจัย
ก้าวไปกับชุมชน