วาร์ฟาริน (warfarin)
เป็นยาในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) ช่วยทำให้การแข็งตัวของเลือดลดลง เพื่อชะลอ หรือลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
ข้อบ่งใช้
1. รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดห้องบนสั่นพลิ้ว
2. ใช้ในกลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม
3. ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจรูมาติค
4. ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด, เส้นเลือดดำใหญ่อุดตันจากลิ่มเลือด หรือมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
ยาเม็ดวาร์ฟารินนั้นมีหลายความแรง และแต่ละบริษัทมีสีที่แตกต่างกัน จึงควรสังเกตลักษณะสี และความแรงที่ใช้ทุกครั้ง เพื่อเป็นผลดีต่อการรักษา และความปลอดภัย
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อได้รับยาวาร์ฟาริน
1. ต้องรับประทานยาอย่างเคร่งครัด ในเวลาเดิมของทุกวัน หากลืมรับประทานยา ให้ปฏิบัติดังนี้
-กรณีลืมรับประทานยาไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้รีบรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ ในขนาดยาเท่าเดิม
-กรณีลืมรับประทานยาเกิน 12 ชั่วโมง ให้ข้ามยาในมื้อนั้นไปเลย และรับประทานยามื้อต่อไปในขนาดเดิมเวลาเดิม ห้ามเพิ่มขนาดยาที่รับประทานเป็น 2 เท่า โดยเด็ดขาด
2. สังเกตอาการผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรและควรรีบมาโรงพยาบาล ได้แก่
-อาการเลือดออกผิดปกติ เช่น จ้ำเลือดหรือรอยฟกช้ำตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ เลือดออกบริเวณตาขาว เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล ประจำเดือนออกมากผิดปกติ ไอหรืออาเจียนเป็นเลือด เกิดแผลเลือดไหลไม่หยุด มีเลือดปนกับอุจจาระหรืออุจจาระมีสีดำ ปัสสาวะสีผิดปกติ เช่น สีสนิมหรือน้ำล้างเนื้อ -อาการที่บ่งบอกว่าเกิดการอุดตันของลิ่มเลือด เช่น อาการปวดศรีษะเฉียบพลันหรือเวียนศรีษะ หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว เห็นภาพซ้อน แขนขาบวม หน้ามืด หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก พูดลำบาก และแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก อาหารที่มีผลต่อยาวาร์ฟาริน
หมายเหตุ ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย และไม่ควรเปลี่ยนแปลงปริมาณการรับประทานอาหารเหล่านี้ในแต่ละวัน “ควรรับประทานในปริมาณที่เท่า ๆ กันทุกวัน”
ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เนื่องจากมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด รวมถึงไม่ควรรับประทานอาหารเสริม สมุนไพร ยาลูกกลอน หรือยาอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ และเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้งเนื่องจากอาจมีผลต่อฤทธิ์ของยาได้
