การส่งบทความวารสารทางการแพทย์และบริหารจัดการระบบสุขภาพ โรงพยาบาลขอนแก่น
โดย นางสาวศรุตาใจซื่อ ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
หน่วยงาน งานวารสารและตำรา
วารสารทางการแพทย์และบริหารจัดการระบบสุขภาพโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นวารสารทางวิชาการซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ ของกลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล โรงพยาบาลขอนแก่น จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ นิพนธ์ต้นฉบับ (Original Article) รายงานผู้ป่วย (Case report) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทัศน์ (Literature Review Article) ตลอดจนองค์ความรู์ที่เกี่ยวข้องกับการการพยาบาลหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพแนวปฏิบัติ จากงานวิจัย บทความวิชาการและบทความอื่นๆที่น่าสนใจโดยทุกบทความได้รับการ ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากภายในและ ภายนอกโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งมีกำหนดตีพิมพ์ปีละ 4 ฉบับ
ขั้นตอนการส่งบทความ
ผู้แต่งต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการตรวจสอบการส่งทุกข้อ ดังต่อไปนี้
และบทความอาจถูกส่งคืนให้กับผู้แต่งกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด
■ บทความนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หรือหากมีกรุณาอธิบายในข้อความส่งถึงบรรณาธิการ)
■ The submission file is in Microsoft Word document file format.
■ มีการให้ URLs สำหรับเอกสารที่อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต
■ The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
■ บทความเตรียมตามข้อกำหนดของวารสารฯ ทั้งในแง่ของรูปแบบและการอ้างอิง ตามคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง (Author Guidelines)
คำแนะนำสำหรับผู้ส่งบทความลงพิมพ์
ประเภทของเรื่องที่จะตีพิมพ์
-
-
รายงานผลการวิจัยหรือรายงานการค้นคว้าและการสำรวจในด้านการพยาบาลหรือ วิทยาศาสตร์ สุขภาพที่ทำขึ้นใหม่ (original article) ทั้งนี้จะต้องเป็นการศึกษาที่ส่งประโยชน์ ทางการพยาบาล การศึกษาพยาบาลหรือการดูแลสุขภาพ
-
บทความทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลและการดูแลสุขภาพสาขาต่างๆ
-
หรือวิชาชีพการพยาบาลฯที่มีเนื้อหาทันสมัย
-
นำเสนอองค์ความรู้ละข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ
-
บทคัดย่อภาษาไทยและ Abstract ภาษาอังกฤษจะต้องมีความยาวไม่เกินอย่างละ 250 คำ การเตรียมต้นฉบับ
-
ต้นฉบับที่จะส่งมาลงพิมพ์ในวารสารการพยาบาลโรงพยาบาลขอนแก่น ต้องไม่เป็นเรื่องที่เคยตีพิมพ์หรือ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารอื่น
-
ต้นฉบับ ต้องส่งเข้าในฐานข้อมูล ICT Thaijo ของวารสารการพยาบาลโรงพยาบาลขอนแก่น และส่งเข้าใน E-mail: [email protected]
-
จัดเตรียมต้นฉบับโดยมีเนื้อหาบทความที่มีความยาวไม่เกิน 10 หน้า (รวมรูปภาพและตาราง) พิมพ์ด้วยตัวอักษร TH Sarabun New ขนาด 14 ระยะห่างระหว่างบรรทัด 1 เท่า เว้นระยะขอบบน ล่าง ซ้าย และขวา 2.54 ซ.ม.พร้อมทั้งเบอร์โทรและ E-mail ของเจ้าของต้นฉบับที่สามารถติดต่อได้
-
ผู้ที่ประสงค์จะส่งบทความเพื่อขอตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร
-
ต้องสมัครเป็นสมาชิกวารสารการพยาบาลโรงพยาบาลขอนแก่น
-
รูปแบบของการเตรียมต้นฉบับ
บทความวิชาการ เรียงลำดับดังนี้
1.1 ชื่อเรื่อง (Title) ควรจะสั้นได้ใจความและสอดคล้องกับเนื้อหาในเรื่อง ต้องไม่ระบุสถานที่ และคำเฉพาะในหัวข้อและเนื้อเรื่อง โดยพิมพ์ไว้หน้าแรกและมีชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ
1.2 ชื่อผู้เขียนและผู้ร่วมงาน (Author and Co-authors) ต้องระบุชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมวุฒิการศึกษาสูงสุด ตัวอย่างเช่น กรัณย์พิชญ์ โคตรประทุม ปร.ด.*, Karunpich Kotpratum PhD* และผู้ร่วมงานอยู่ใต้ชื่อเรื่อง โดยเยื้องไปทางขวามือ ส่วนตำแหน่งและสถาบันหรือสถานที่ทางานของผู้เขียน พิมพ์ไว้เป็นเชิงอรรถของหน้าแรก
2. รายงานผลการวิจัย เรียงลำดับดังนี้
2.1 ชื่อเรื่อง ชื่อผู้วิจัย ผู้ร่วมวิจัย วุฒิการศึกษาสูงสุด ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเช่นเดียวกับรูปแบบการเขียนบทความข้างต้น
2.2 บทคัดย่อ (Abstract) ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่เกินอย่างละ 250 คำ ให้ครอบคลุมหัวข้อดังนี้ ที่มาและความสำคัญ (introduction), วิธีดำเนินการศึกษา (methods), ผลการศึกษา (results), สรุปผลการวิจัยและการนาไปใช้ (conclusion and application)
2.3 คำสำคัญ (Keywords) เป็นคำหรือข้อความ สั้น ๆ ที่เป็นจุดสำคัญของเนื้อเรื่องทั้งหมดรวมกันแล้วไม่เกิน 5 คำ อยู่ในหน้าเดียวกันกับบทคัดย่อเหนือเชิงอรรถ (Foot note) ต้องกำหนดคำสำคัญที่เป็นสากลสามารถสืบค้นได้ เช่น กำหนดตาม Medical subject headings (MeSH)
2.4 บทนำ (Introduction) กล่าวถึง ที่มาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยอย่างสั้นๆ ที่ครอบคลุมตัวกระตุ้นจากความรู้ (knowledge trigger) จากการปฏิบัติงาน (practice trigger) และ/หรือจากผู้ใช้บริการ (patient trigger) มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการเกี่ยวกับเรื่องที่ทาอย่างย่อๆ สะท้อน สถานะองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องในการศึกษาและจุดอ่อนในองค์ความรู้ (gap of knowledge) และ/หรือจุดอ่อนในการปฏิบัติงาน (gap of practice) และวัตถุประสงค์การวิจัย ขอบเขตการวิจัย และกรอบแนวคิดในการวิจัย
2.5 วิธีดำเนินการวิจัย (Methods) ให้กล่าวถึง
– ชนิดของการวิจัย (research design)
– สถานที่และวันเวลาที่ศึกษา
– กลุ่มประชากร และกลุ่มตัวอย่าง อธิบายลักษณะ การกาหนดขนาดตัวอย่าง และเกณฑ์การเลือกตัวอย่าง – เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
– เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล อธิบายรายละเอียดเครื่องมือ การแปลผลคะแนน การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือทั้งความตรง ความเชื่อมั่นและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
– เครื่องมือในการทดลองหรือแนวปฏิบัติ (กรณีการวิจัยแบบทดลอง) อธิบายองค์ประกอบ เนื้อหา วิธีการใช้ และการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
– การเก็บรวบรวมข้อมูล ระบุวิธีการและขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อสะท้อนให้เห็นคุณภาพของข้อมูลและมาตรฐานในการดำเนินการศึกษา
– การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเชิงปริมาณ ระบุสถิติที่ใช้และขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเชิงคุณภาพระบุวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์ – จริยธรรมการวิจัย ระบุองค์กรที่พิจารณาจริยธรรมการวิจัย และรหัสหรือหมายเลขของเอกสารอนุมัติจริยธรรมการวิจัย งานวิจัยที่ไม่ได้ขอรับพิจารณาจริยธรรมการวิจัยจะไม่ได้รับการลงตีพิมพ์
2.6 ผลการวิจัย (Results) รายงานผลการวิจัยเป็นคำบรรยายและตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัย อาจแยกเป็นหัวข้อเพื่อให้เข้าใจง่าย หากมีตารางจะต้องไม่เกิน 2 ตาราง ซึ่งต้องไม่มีเส้นแนวตั้งบรรจุข้อมูลที่ สรุปจากผลอย่างชัดเจนให้พอเหมาะกับหน้ากระดาษ ในแนวตั้ง หัวข้อของตารางอยู่ด้านบนของตาราง และควรมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลที่นำเสนอ และตัวเลขให้ใช้ทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง กรณีรูปภาพ ใช้ภาพถ่ายที่มีความชัดเจน ที่ผู้นิพนธ์เป็นเจ้าของภาพขนาดโปสการ์ด ใส่คำอธิบายรูปไว้ใต้ภาพ 2.7 การอภิปรายผล (Discussion) เริ่มด้วยการสรุปผลการวิจัยสั้นๆ ทบทวนว่าผลการวิจัยตอบคำถามการวิจัยหรือไม่ อภิปรายแนวคิดที่นามาใช้ในการวิจัย อธิบายเหตุผลที่ผลการวิจัยออกมาดังที่เป็น และเปรียบเทียบผลการวิจัยกับงานวิจัยอื่น ระบุหากผลการวิจัยมีสิ่งค้นพบใหม่และอธิบายที่มาหรือเหตุผลที่น่าเชื่อถือ ระบุจุดแข็งของการวิจัย ข้อจำกัดของการวิจัย (ถ้ามี) และผู้วิจัยได้ดำเนินการอย่างไรเพื่อลดผลกระทบของข้อจำกัดดังกล่าว 2.8 ข้อเสนอแนะ (Suggestion) เป็นการกล่าวถึงข้อเสนอแนะจากการวิจัย ทั้งในด้านการให้บริการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ หากเป็นวิจัยเชิงทดลอง ระบุว่าการทดลองมีผลมากน้อยเพียงใดต่อสถานการณ์หรือปัญหาของผู้ป่วยที่ต่องการแก้ไข (clinical significance) และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด (practical significance) และข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาต่อไป ผู้วิจัยควรให้ข้อเสนอแนะที่มาจากผลการวิจัยเท่านั้น
2.9 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) เป็นการแสดงความขอบคุณแก่ผู้ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนงานวิจัยนั้น ๆ แต่มิได้เป็นผู้ร่วมงาน 2.10 เอกสารอ้างอิง (References) เอกสารอ้างอิงจาเป็นต้องปรากฏทั้งการเขียนบทความและ รายงานผลการวิจัยมีรายละเอียดในการเขียนดังนี้
การเขียนเอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิงต้องอ้างเฉพาะเอกสารที่ตรงกับสาระในบทความจริงและให้เขียนเป็นภาษา อังกฤษทั้งหมด แม้ว่าต้นฉบับเอกสารนั้นจะเป็นภาษาอื่นก็ตาม การเขียนเอกสาร อ้างอิงต่างๆ ให้ใช้ระบบแวนคูเวอร์ (Vancouvers’ style) ซึ่งนิยมใช้ในวารสารทั่ว ๆ ไปดังนี้ การอ้างเอกสารในเนื้อเรื่อง ถ้าอ้างผลงานหรือคัดลอกข้อความของผู้แต่งคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ การอ้างอิงให้ใส่หมายเลขกำกับไว้ข้างท้ายข้อความที่คัดลอกมา โดยตัวเลขพิมพ์ด้วยตัวยก หมายถึงลำดับที่ของการเรียงเอกสารอ้างอิงที่อ้างไว้ในท้ายบทความซึ่งต้องเขียนให้ตรงกัน การเรียงหมายเลข ให้เริ่มต้นด้วย เลข 1 แล้วเรียงลำดับไปเรื่อย ๆ หากมีการอ้างอิงหรือคัดลอกข้อความนั้นซ้ำให้ใช้หมายเลขเดิมตามที่อ้างอิงในครั้งแรกกำกับไว้หลังข้อความนั้นด้วยตัวอย่าง แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอด เลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลัน สำหรับสหสาขาวิชาชีพโดยเน้นการประเมินผู้ป่วยโดยยึดหลัก Air way, Breathing &Circulation (ABC)5 แต่กลับพบว่าระยะเวลาเฉลี่ยในการได้รับยา rt-PA นับแต่เริ่มมาถึงโรงพยาบาล (Door to needle time, DTN) เพิ่มขึ้น (50, 54, 66 นาที ตามลำดับ) 6,7
การเขียนเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ
เอกสารอ้างอิงต้องอ้างเฉพาะเอกสารที่ตรงกับสาระในบทความจริง และให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งหมดแม้ว่าต้นฉบับเอกสารจะเป็นภาษาอื่น เอกสารอ้างอิงจากวารสาร การเขียนเอกสาร อ้างอิงที่เป็นวารสาร ประกอบด้วย หมายเลขลำดับ การอ้างอิง ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร ปีที่พิมพ์ ฉบับที่ : หน้า. หากมีผู้เขียนจำนวน 1-6 คนให้เขียนชื่อทุกคน ถ้ามากกว่านั้นให้เขียนชื่อคนที่ 1 ถึง 6 และคณะ. แทน ตัวอย่างการอ้างอิงจากวารสาร
Suwatcharangkoon, S. Management of stroke patients with increased intracranial pressure. Thai Stroke Society; 2015; 14(2): 94-101.
ตัวอย่างการอ้างอิงจากหนังสือ
Kemmis, S., & McTaggart, R. Participatory action research: Communicative action and the public
sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), The Sage handbook of qualitative research; 2005; 559–603.
ตัวอย่างการอ้างอิงจากอินเตอร์เน็ต
International Health Policy Programmed, National Economic and Social, National Statistical Office, Ministry of Public Health. National health account in Thailand 1994-2001
[database on the Internet]. 2010 [cited 2010 Jan 2]. Available from:
http://www.ihppthaigov.net/index.php
| Collection | |
| Code | |
| Title | |
| Title alternative | |
| Creator | |
| Subject | |
| Keyword | |
| Description | |
| Publisher | |
| Date | |
| Type | |
| Format | |
| Format-Extent | |
| Language |
...
...
...
เอกสารดิจิทัล
