Collaboration Skills ทักษะทีมเวิร์ค สร้างความเข้าใจรวมกัน
ชื่อ-สกุล จรัสวรรณ ไทยท้าว
ตำแหน่ง เจ้าพนักงานห้องสมุด หน่วยงาน ห้องสมุด
Collaboration Skills หรือทักษะการร่วมมือเป็นทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในการสื่อสารและการร่วมมือทักษะทีมเวิร์ค หรือการทำงานร่วมกัน ก็ยังถูกจัดอันดับให้เป็นทักษะที่องค์กรมองหาในตัวผู้นำเป็นอันดับต้น ๆ เพราะนอกจากจะทำให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายได้อย่างดีแล้ว Collaboration Skills ยังส่งเสริมให้คนในทีมนั้นมีขวัญกำลังใจที่ดี เปิดใจ และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้มากกว่าCollaboration Skills คือทักษะการทำงานร่วมกัน ที่ทำให้เกิดการเสนอไอเดียใหม่ ๆ และการรับฟัง รวมถึงต่อยอดไอเดียจากผู้อื่นในทีม Collaboration Skills เป็นทักษะที่หล่อลอมมาจากทักษะอื่น ๆ เช่น ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีมเวิร์ค และการเข้าอกเข้าใจกัน กระบวนการพัฒนาการทำงานร่วมกัน ต้องอาศัยการพัฒนาทีสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
collaboration skill คืออะไร ?
Collaboration Skills คือทักษะความร่วมมือและการทำงานร่วมกันอย่างมีทีมเวิร์ค เป็น soft skill อย่างหนึ่ง ในการพัฒนากระบวนการทำงานและผลลัพธ์ของผลงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุค AI Disruption เพราะนอกจากคนจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยใช้ AI ได้มากขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญก็ยังคงเป็นการต่อยอด ไอเดีย หรือความคิดเหล่านั้น ผ่านการทำงานร่วมกับผู้อื่นเนื่องจาก AI เขามาช่วยมนุษย์ในบทบาทการสร้างสรรค์ไอเดียได้รวดเร็ว แต่ในด้านการตัดสินใจยังคงต้องใช้ทักษะและความสามารถของมนุษย์ เพื่อวิเคราะห์ และต่อยอด การทำงานร่วมกันแบบทีมเวิร์ค คือไม่ตัดสินและช่วยกันแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน Collaboration Skills จึงเป็นทักษะที่องค์กรควรพัฒนาฝึกฝนพนักงานให้มีถ้วนหน้าเพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
collaboration skill มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration skills) มีความสำคัญต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ดังนี้
Colloboration Skills คือสิ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานการทำงานเป็นทีมช่วยให้คนในทีมสามารถดึงพลังความรู้ทักษะความสามารถ และไอเดียที่หลากหลายออกมาได้ โดยจะสามารถช่วยเรื่องการคิดริเริ่มและการแก้ไขปัญหาได้ดีเนื่องจากมีมุมมองที่แตกต่างจากหลากหลายประสบการณ์มาร่วมออกความเห็น การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้สมาชิกในทีมเข้าใจ เป้าหมาย ความคืบหน้า และปัญหาอุปสรรคได้ตรงกัน ช่วยให้การทำงานราบรื่น ลดการทำงานซ้ำซ้อน และประหยัดเวลา อีกทั้งยังทำให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ และข้อมูลข่าวสาร ช่วยให้สมาชิกในทีมเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น Colloboration Skills คืเครื่องมือที่เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน การเสริมทักษะการมีส่วนร่วมช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเห็นความสำคัญของกันและกัน ทำให้พวกเขารู้สึกมีกำลังใจ รู้สึกมีคุณค่า ที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน พวกเขามีแนวโน้มที่จะมขวัญกำลังใจสูงขึ้น เกิดความผูกพันกับองค์กร และพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในยุคปัจจุบันที่องค์กรต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งเรื่อง AI และเทคโนโลยี องค์กรที่มีพนักงานที่มีทักษะการทำงานร่วมกันที่ดี จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้สำเร็จเนื่องจากพนักงานมีความเปิดใจ และรับฟังซึ่งกันและกันได้ดีกว่า
collaboration skill ประกอบไปด้วยลักษณะใดบ้าง ?
Collaboration Skills ประกอบไปด้วยทักษะหลายอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น การฟัง การเสนอไอเดีย หรือการทำงานอย่างเป็นทีมเวิร์ค รวมไปถึงการมีกรอบความคิดที่เปิดีกว้างหรือ Growth Mindset ที่ช่วยให้คนในทีมไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และสามารถฟันฝ่าทุกปัญหาไปได้เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกันคนในทีมควรให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้อื่น แม้ว่าจะแตกต่างจากความคิดของตนเองก็ตาม รับฟังอย่างตั้งใจเปิดใจรับฟังมุมมองที่หลากหลาย และแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ รวมไปถึงอธิบายประเด็นของตนเองให้ชัดเจนและเมื่อมีข้อขัดแย้ง สมาชิกในทีมควรทำความเข้าใจมุมมองของผู้อื่นก่อนตัดสินใจแลกเปลี่ยนความรู้อยู่เสมอควรแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเรยนรู้ซึ่งกันและกัน พัฒนาทักษะที่ในทีมขาดไปพร้อม ๆ กัน โดยองค์กรสามารถสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ ผ่านการสร้าง Knowledge Management การจัดอบรมีพื้นักงาน การสอนงานแบบ Job Shadowing เป็นต้น
สื่อสารอย่างตรงประเด็น
สื่อสารอย่างชัดเจนตรงประเด็น เข้าใจง่าย หลีกเลี่ยงความคลุมเครือและใช้ภาษาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยอาจใช้เอกสาร Presentation เป็นตัวช่วยในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นประนีประนอมและยืดหยุ่นได้คนในทีมควรพร้อมที่จะประนีประนอม หาจุดกึ่งกลาง และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และมีความยืดหยุ่นกับแผนการอาจใช้เฟรมเวิร์ค Tight- Lose – Tight ของคุณ Sigve Brekke, CEO ของ Telenor Group มาใช้กล่าวคือTightจะใช้ไปกับกระบวนการตั้งเป้าหมาย โดยทีมจะต้องมเป้าหมายที่ชัดเจนรัดกุม และมั่นคง ทุกคนจะยึดมั่นกับเป้าหมายนี้อย่างแรงกล้าLost ใช้กับกระบวนการที่ต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมปรับเปลี่ยนอยู่เสมอแต่สุดท้าย ยังต้อง Tight กับกระบวนการวัดผลงาน หัวหน้า หรือทีมที่ดี จะสามารถหาจุดยืดหยุ่น หรือกึ่งกลางได้ระหว่างกระบวนการแต่การวัดผลยังต้องเหนียวแน่นและชัดเจนสม่ำเสมอทำงานร่วมกันตามความถนัดสมาชิกในทีมควรได้รับโอกาสให้ทำงานตามความถนัด ทักษะ และประสบการณ์ของตนเอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ใช้ Personality Test หรือ Strength Test เข้ามาช่วยวัดความถนัด และรูปแบบของชุดทักษะของคนในทีม ซึ่งช่วยให้พวกเขาบริหารจัดการworkload ได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างTest หรือแบบทดสอบที่นิยมมีมากมาย เช่น MBTI, DISC หรือ Gallup Strength Finder ที่มุ่งเน้นไปที่การวัดจุดแข็งนั่นเองขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็นสุดท้ายแล้วการมี Collaboration จะเกิดไม่ได้เลย หากทีมไม่ได้แสดง “Vulnarability” หรือด้านที่อ่อนแอให้ทีมเห็น การขอความช่วยเหลือยามจำเป็นจึงสำคัญมาก ๆ กับการสร้างความร่วมมือในทีม เพราะคนในทีมจะเกิดความเห็นอกเห็นใจและการช่วยเหลือกันอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงการตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ และเป็นการพยายามหาทางออกให้แก่ปัญหาอีกวิธีหนึ่งด้วย
อยากพัฒนา collaboration skill ต้องทำอย่างไร ?
พัฒนา Collaboration Skillsการพัฒนา Collaboration Skills คือสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอกับทีม และมีการพยายามปรับจูนกัน และการใช้ทักษะมาผสมผสานที่หลากหลาย ซึ่งทักษะเหล่านี้ต่างเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคตทั้งสิ้นพัฒนาทักษะการสื่อสารฝึกฝนการสื่อสารที่ชัดเจนตรงประเด็น ฟังอย่างตั้งใจ ใช้ภาษากายและน้ำเสียงที่เหมาะสม ฝึกฝนการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในปัจจัยของทักษะการสื่อสารที่สำคัญ โดยปกติแล้วนาเสียงและภาษากายเป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดให้คนมาร่วมทำงานในทีมได้ดียิ่งขึ้น หากเราใช้น้ำเสียงในโทนสดใส ในชวงเวลาตึงเครียด คนจะไม่เชื่อถือสิ่งที่เราพูดหรือใช้น้ำเสียงราบเรียบ ตอนเรียกขวัญกำลังใจ คนก็ไม่ฮึกเหิม อารมณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารรับฟังให้มากขึ้นเพิ่มเวลาตั้งใจฟังในตัวเองวันละนิด ประมาณ “3 นาที” ลอังสังเกตอารมณ์ของผู้คน และตั้งใจฟังเขาอย่างจดจ่อโดยไม่ตัดสินทั้งหมดนี้คือการใช้ใจฟังมากกว่าหูหรือ Empathetic Listening ซึ่งต้องเริ่มจากการวางอคติ และให้เวลากับผู้พูด
รวมถึงเคารพความแตกต่างของมนุษย์ด้วย
รู้จักจัดการอารมณ์
ขจัดความรู้สึกหม่นหมองและความเครียัดโดยการผ่อนคลาย โดยปกติร่างกายจะทำสิ่งนี้ได้ดี เมื่อกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆเกิดความผ่อนคลายด้วย เมื่อรู้ตัวว่ามีอารมณ์เชิงลบุหรือเครียด ให้ลองผ่อนคลายกัล้ามเนื้อโดยเริ่มจากบริเวณใบหน้า หรือโฟกัสกับลมหายใจของตนเองมากขึ้น พยายามมองหาแง่ดีของสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยทำให้จัดการอารมณ์ได้เป็นอย่างดีให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงานทุกคนต่างมีบทบาททสำคัญ แน่นอนว่าคำชม เป็นของขวัญที่คนเราไม่ต้องเสียเงินซื้อการหัดเริ่มชมหรือยอมรับในบทบาทของเพื่อนร่วมงานจึงสำคัญ อาจจะเริ่มจากการชมพฤติกรรมหรือสถานการณ์ที่เขาทำให้เราประทับใจ ก็จะทำให้เรามองเห็นอีกมุมของเพื่อนในทีม ที่ตอนแรกเราอาจจะลืมหรือไม่ได้แสดงออกว่ายอมรับนั่นเอง
รับผิดชอบต่อหน้าที่
เมื่อได้รับมอบหมายงาน จะต้องทำให้เต็มที่รวมถึงการมองหาทรัพยากรรอบ ๆ ตัวมาช่วยให้งานของเราออกมาประสบความสำเร็จ มี Commitment กับงานและทำให้ทุกวันของเรามีความหมาย พัฒนาตัวเองไปข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้นยอมรับความแตกต่างและสุดท้ายคือการยอมรับว่าทุกคนมีข้อดีและข้อเสีย ไม่มีใครถูกรัก หรือถูกเกลียดอย่างสมบูรณ์ การที่เราเลือกที่จะยอมรับว่าทุกคนแตกต่างจึงเป็นส่วนำคัญมาก ๆ ที่ทำให้เกิด Collaboration Skills ที่ช่วยให้คนในทีมเลือกที่จะพัฒนากันและกันมากกว่าจับผิดหรือต่อว่ากัน
สรุป collaboration skill คือ
ทักษะการทำงานร่วมกัน หรือ Collaboration Skills เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับองค์กรทุกประเภท องค์กรที่มีพนักงานที่มีทักษะการทำงานร่วมกันที่ดี จะมโอกาสประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้มากกว่าเนื่องจากCollaboration Skills ช่วยให้สมาชิกในทีมสามารถรวมีพลังความรู้ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลายเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา คิดริเริ่ม และบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้องค์กรมีวัฒนธรรมที่ดี และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เนื่องจากทุกคนเปิดรับความแตกต่างและพัฒนากันและกันอย่างสร้างสรรค์นั่นเอง
อ้างอิง https ://www.disruptignite.com/blog/collaboration-skill
| Collection | |
| Code | |
| Title | |
| Title alternative | |
| Creator | |
| Subject | |
| Keyword | |
| Description | |
| Publisher | |
| Date | |
| Type | |
| Format | |
| Format-Extent | |
| Language |



